ตะลุยหอคอยสู่สวรรค์ Tower of Ascension กันเถอะ!

สวัสดีซัมมอนเนอร์!!

 

คุณคุ้นเคยกับระบบอันหลากหลายของเกมกันรึยัง?

 

เราได้แนะนำการปั้นมอนสเตอร์ เก็บเลเวล จัดระเบียบรูน และการตีอารีน่าไปบ้างแล้ว วันนี้เราจะแนะนำอีก 1 content ของเกม ซึ่งก็คือการเล่น Trial of Ascension (ToA) หรือเรียกง่ายๆ ว่าไต่หอนั่นเอง!!

ToA จะมีการรีเช็ตเป็นประจำทุกๆ วันที่ 15 นั่นก็หมายความว่า เราจะมาสารถเข้าไปเคลียร์แต่ละชั้นและเก็บของได้ เดือนละ 1 ครั้ง โดย ToA จะแบ่งเป็น 2 โหมด Normal และ Hard ซึ่งความยากง่ายก็ตามชื่อเลย สำหรับโหมด Normal นั้นสามารถใช้มอนสเตอร์บ้านๆ ง่ายๆ ผ่านได้สบายๆ ในขณะที่ Hard อาจจะต้องใช้ความชำนาญ และมอนสเตอร์เฉพาะทางขึ้นมาอีกหน่อย

 

 

ได้อะไรจากการไต่หอ?

จุดสำคัญที่สุดของการไต่หอก็คือ เพื่อเก็บของรางวัลต่างๆ ตั้งแต่ชั้น 1-100!! ทั้งคริสตัล ทั้ง Scroll และ เดวิลมอน!! โดยสามารถเช็คได้ว่ารางวัลแต่ละชั้นมีอะไรบ้างในระบบของเกม ส่วนชั้น 100 รางวัลอันล้ำค่า (มั้ง?) คือ Legendary Scroll ที่มีโอกาสได้มอนสเตอร์ 4-5 ดาว (แต่ผู้เขียนเจอแต่ 4 ดาว สงสัย Scroll จะบัค)

 

 

แน่นอนว่าการแนะนำของเราจะไม่มีอะไรเกินความสามารถของซัมมอนเนอร์ทุกคน เพราะฉะนั้นแล้ว เราไปดูกันเลยว่า การไต่หอนั้น ควรใช้มอนสเตอร์แบบไหน และที่สำคัญ งานนี้ไม่มีการหลอกลวงผู้บริโภค!!

 

มอนสเตอร์ที่ควรใช้!! สำหรับ Normal

พื้นฐานของหอคอยแต่ละชั้น จะมีด่านย่อยทั้งหมด 3 ด่าน และมอนสเตอร์ในแต่ละด่าน ก็จะต่างกันออกไป ส่วนด่านที่เป็นมอนสเตอร์บอสก็จะมีทุกๆ 10 ชั้น  โดยที่บอสใหญ่ชั้น 100 จะแบ่งออกเป็นตัว ชาย / หญิง และจะสลับกันระหว่าง Normal / Hard เมื่อมีการรีเซ็ตต่อเดือน

สำหรับวันนี้ เราจะแนะนำเทคนิคการเลือกมอนสเตอร์ง่ายๆ ในการไต่หอคอย Normal ตั้งแต่ชั้น 1-100!! ตามมากันเลย!!

 

 

การใช้มอนสเตอร์นั้นไม่จำเป็นต้องใช้เหมือนกันทั้งหมด จะมีมอนสเตอร์แบบที่หาได้ง่ายๆ ไปจนถึงเฉพาะทาง 4-5 ดาว แล้วแต่จะปรับใช้กันไปเลย

ในช่วงเริ่มต้น ชั้น 1-50 สำหรับด่านปกติใช้ ผู้เล่นสามารถใช้มอนสเตอร์ที่หาได้ทั่วไป หรือที่มาอยู่ เพราะสามารถผ่านได้ง่ายๆ อาจจะมีติดขัดที่ทีมเข้าด่านบอส

มอนสเตอร์หลักๆ ที่ใช้ ในการไต่หอคอย Normal ได้เป็นอย่างดีก็คือ…

วีโรมอส (ตามที่แนะนำไปในตอนที่แล้ว) ข้อสำคัญ คือ วีโรมอสสามารถใช้ Passive ลบ Debuff ให้แก่ทีมได้ทุกเทิร์น และสามารถใช้สกิล 2 สตั้นคู่ต่อสู้ทั้งหมดอีก

เบลลาเดียน (อินุกามิแสง) ประโยชน์ของเบลลาเดียนคือ การ Heal และเพิ่มเกจโจมตี 30% ให้แก่ทีมทั้งหมด แถมสกิล 1 โจมตี เพื่อลดพลังป้องกัน 2 เทิร์น

 (หาได้จาก secret dungeon)

ส่วนมอนสเตอร์เพิ่มเติมอื่นๆ สามารถเลือกได้ตามประเภทที่มีอยู่ เช่น…

  • มอนสเตอร์สายสนับสนุนที่ช่วยเพิ่มพลังโจมตีแก่ทีม เพราะจะช่วยให้การโจมตีของทีมมีความแรงขึ้น 

  

  • มอนสเตอร์สายสนับสนุนที่ช่วยลดเกจโจมตี หรือ ลดความเร็วของศัตรู 

  • มอนสเตอร์สายโจมตีที่มีสกิลหมู่ หรือมีพลังโจมตีที่รุนแรง

 (Lapis ตัวแจกฟรี มีสกิลดีๆ มากมายรวมทั้ง skill 1 ที่ตีโดนทุกตัวอีกด้วย)

  • มอนสเตอร์สายโจมตีที่มีสกิลสตั้นหรือแช่แข็งศัตรูทั้งหมด เพื่อหยุดการโจมตี 1 เทิร์น เป็นการถ่วงเวลาให้ทีมโจมตีของเรา
  • มอนสเตอร์สายโจมตีที่สามารถสร้างความเสียหายต่อเนื่อง(พิษ) แก่ศัตรูทั้งหมดเป็นจำนวนมาก 

 (Baretta สร้างได้จากการฟิวชั่น)

 

แต่!! มอนสเตอร์ที่แนะนำข้างต้นนี้ ก็ไม่ได้แปลว่าจะสามารถผ่านบอสได้ทั้งหมด เพราะ บอสแต่ละตัวมีสกิลที่แตกต่างกัน สกิลของบอสก็คือสกิลแบบมอนสเตอร์ธรรมดาๆ นี่ละ ข้อนี้เราสามารถทำความเข้าใจได้ไม่ยาก จะยากที่ลูกสมุนบอสข้างๆ ที่คอยเป็นตัวป่วนให้ทีมเรา

 

จุดยากของหอบอสหญิง ชั้น 10-90  ชั้นไหนต้องเปลี่ยนทีมบ้าง!!

ผู้เขียนขอยกมา 3 ชั้นที่รู้สึกว่ายากจริงๆ สำหรับการใช้มอนสเตอร์แบบธรรมดา แต่สำหรับผู้เล่นที่ผ่าน หอคอย Normal แล้ว ก็จะไม่มีอะไรยากแล้วล่ะ

 

บอสชั้น 70 อิฟริทมืด (วีโรมอส)

อย่างที่รู้กัน พี่วีโรมอสสายดาร์กของเรามี Passive ลบ Debuff แต่ก็ไม่มีอะไรต้องห่วงสำหรับ ToA เพราะมันไม่ได้ใส่รูน Extra Turn! จุดที่เราต้องกังวลสุดๆ ก็คือ ลูกทีมบอสทั้ง 2 คู่ 4 ตัว

คู่ที่ 1: ฟินิกซ์ไฟ(เพอร์น่า) ตัวอันตราย Passive Heal ทั้งทีม 10% เมื่อเข้าเทิร์น มา 2 ตัว ก็ให้มันไป 2 เทิร์น

วิธีแก้ สตั้นหรือแช่แข็ง ลดเกจ

คู่ที่ 2: นักพรตเต๋าแสง(ฮวาดัม) ตัวถ่วง Passive ขอฮวาดัมคือ เพื่อนในทีมจะไม่ตาย ถ้าตัวมันมีเลือดมากกว่า 30% มา 2 ตัว จะเอาตัวไหนตายก่อนล่ะ

วิธีแก้ โจมตีด้วยความเสียหายต่อเนื่อง (พิษ) ยิ่งเยอะยิ่งดี จัดรัวๆไปเลย

สรุป: มอนสเตอร์ที่ควรใช้จะต้องมีสกิลดังนี้ สตั้นหรือแช่แข็ง, ความเสียหายต่อเนื่อง, ลดเกจ และ Heal โดยเน้นให้นักพรตเต๋าแสงตายก่อน 1 ตัวด้วยพิษ ในขณะที่เราคอนโทรลตัวที่เหลือด้วยสตัน ลดเกจ หรือดาบหัก ให้ทำความเสียหายกับทีมเราน้อยๆ เข้าไว้ พอจัดการนักพรตเต๋าออกไปได้ก็จะง่ายขึ้นแล้วล่ะ!

 

บอสชั้น 80 ทูตสวรรค์แสง(อาร์ทามีล)

บอสอาร์ทามีลและลูกทีม เป็นอะไรที่รบกวนประสาทเอามากๆ เลยทีเดียว เพราะ ทั้งหมดมี Passive โต้กลับเมื่อเพื่อนถูกโจมตี หมายถึง ถ้าคุณโจมตีตัวใดตัวหนึ่งในทีม คุณก็จะถูกรุมยำนั่นเอง!!

เพราะฉะนั้น การสตั้น แช่แข็ง หรือหลับลูกทีม เพื่อโจมตีบอส คือทางออกที่ดีที่สุด อย่าไปคาดหวังว่าคุณจะโจมตีได้ทั้งหมดโดยที่ไม่โดนสวนจนตายซะก่อน และมันก็เป็นการเสียเวลาเปล่าๆ เน้นโจมตีหนักๆ ไปที่บอส จบ!! ชีวิตดี ก้าวไปข้างหน้า

 

บอสชั้น 90 ผู้บุกเบิกไฟ (ชิอู)

ตัวบอส ชิอู ไม่มีความน่ากลัวเท่าไหร่ สำคัญที่ลูกทีมของมัน ที่มีสกิล Buff  เพิ่มพลังโจมตี เพิ่มพลังป้องกัน เร่งเกจ สร้างเกราะดูดซับความเสียหาย เพิ่มความอึดและถึก!! ให้ทั้งทีมของมัน!! จึงทำให้การโจมตีบอสเป็นได้ยาก และเหมือนทุกๆ บอส การสตั้น แช่แข็ง หรือหลับลูกทีม คือดีที่สุด(มักง่ายมาก) แต่ก็สามารถใช้ความเสียหายต่อเนื่องจัดการกับลูกทีมบอสได้เช่นกัน  สำหรับการโจมตีบอส การลบ Buff  ก็เป็นทางที่ดีเช่นกัน แล้วโจมตีเน้นๆ หนักๆ ลดเกจและเพิ่ม Debuff ได้ยิ่งดี เพราะบอสเองก็โจมตีหนักเช่นกัน

 

บอสหญิงชั้น 100 Normal … ลิรีธ

ปีศาจสาวลิรีธ จะใช้สกิลแยกร่างตัวเอง เพื่อเป็นลูกทีม 2 ตัว แต่ละตัวก็จะมีสกิลที่แตกต่างกัน และเนื่องจากผู้เขียนเป็นคนง่ายๆ ทำอะไรง่ายๆ ไม่เน้นความยุ่งยาก จึงใช้วิธีง่ายๆ เช่นเคย

เทคนิคในการปราบปีศาจสาว คือ การลดเกจตัวบอสและลดความเร็วการโจมตีศัตรูทั้งหมด เพื่อไม่ให้นางรวมร่างกันได้  เพราะเมื่อบอสใกล้ตาย จะดึงร่างแยกกลับ และพลังโจมตีของบอสจะเพิ่มขึ้น ส่วนร่างแยกนั้น เราก็จัดการตามแบบของเรา สตั้น แช่แข็ง หรือหลับ!! (ท่องไว้)

 

บอสชายชั้น 100 … แอธทารอส (แถม)

สกิลของปีศาจแอธทารอสนั้นจะแตกต่างกับลิรีธ เพราะแอธทารอสไม่แยกร่าง แต่มีเสาข้างๆ ที่จะทำหน้าที่ Heal และเติมเกจให้กับบอส ยิ่งไปกว่านั้น passive ของมันคือเมื่อทุกๆ ครั้งที่เข้าเทิร์น มันจะกำจัดบัฟแดงบนตัวทุกอย่างออกไป และเพิ่มความเก่งของตัวเองขึ้นทีละนิดๆ ทุกๆ ครั้งที่ถอดออก ดังนั้น ควรเริ่มจากการรีบทำลายคริสตัลด้วยพิษเสียก่อน แล้วจึงใช้ Debuff และลดเกจบอส ให้มันไม่มีโอกาสได้เข้าเทิร์นจะช่วยให้กำจัดแอธทารอสได้ง่ายขึ้น

 

เทคนิคเพิ่มเติม

  1. บอสชั้นต่างๆ จะมีภูมิคุ้มกันเอฟเฟค สตั้น, แช่แข็ง, หลับ และความเสียความต่อเนื่อง แต่ ผู้เล่นสามารถใช้สกิลติดระเบิดกับบอสได้!!
  2. ในระบบจะมีแนะนำมอนสเตอร์ที่ใช้สำหรับด่านต่างๆ สามารถเลือกดู เลือกพิจารณาได้จ้า

 

เมื่อได้เรียนรู้เทคนิคการใช้มอนสเตอร์ ทำความเข้าใจละปรับทีมของเราในระดับ Normal ได้แล้ว ก็จะสามารถก้าวไปสู้ชั้น Hard เป็นความท้าทายในอีกระดับหนึ่งที่เราต้องข้ามผ่าน เพื่อความสนุก เพื่อพัฒนาตัวเอง และเพื่อ Legendary Scroll!!!

 

จบหอคอย 100 ชั้นแล้ว ไปกดเปิด Legendary Scroll ให้หัวร้อนกันเลย!!!

ขอให้ได้ 4 ดาว เอ้ย!! 5 ดาว ถ้วนหน้าจ้า!!

 


 

Facebook Comments
กลับขึ้นไป