เรื่องย่อจากนิยาย – War of the Spark: Ravnica ACT 3

เรื่องราวก่อนหน้า —> ACT 2

Chapter 50 – 61 สงครามถึงจุดไคลแมกซ์!

                ราลรู้สึกแย่ที่ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำมาล้วนล้มเหลวไปซะหมด กิเดี้ยนบอกให้เขาไม่ต้องกังวลเพราะแผนการทุกอย่างที่ดำเนินมานั้นคือทำอย่างสุดกำลังแล้วและบอกอีกว่ายังไงซะมันก็ต้องจบลงด้วยการปะทะกันอยู่ดี เหล่า Gatewatch กล่าวคำปฏิญาณของพวกตนอีกครั้งรวมทั้งนิสสาด้วย (เพราะครั้งหนึ่งเคยแยกออกกลุ่มไปเอง) แล้วเตรียมพร้อมประจัญบาน


                กิเดี้ยนและเจซมอบภารกิจให้ชานดร้าทำต่างหาก คือกลับไปเปิด Immortal Sun ให้กลับมาทำงานใหม่อีกครั้งเพื่อเป็นแผนรับมือป้องกันไม่ให้โบลาสหนีออกจากราฟนิก้าได้ ตอนแรกชานดร้าไม่เห็นด้วยเพราะมันเคยเป็นแผนหนึ่งของโบลาส ปิดๆ ไปซะน่าจะดีกว่า แต่แดคเข้ามาเสริมแล้วบอกว่าเห็นด้วย โบลาสเป็นภัยต่อเพลนส์วอล์คเกอร์ทั้งหมด ต้องหาวิธีทำให้เรื่องทุกอย่างยุติลงในวันนี้ ไม่โบลาสตาย ก็พวกเราทุกคนนี่แหละตาย  ชานดร้า นิสสาและซาฮิลี่รับหน้าที่กลับไปที่นิวพราฟว์อีกครั้ง เมื่อสำเร็จจึงให้ซาฮิลี่และกองกำลังส่วนหนึ่งเฝ้าไว้ก่อนจะกลับมาร่วมสู้ต่อ

                วราสก้าและเจซได้กลับมาพบกันอีก ครั้งนี้ความทรงจำของวราสก้าเมื่อตอนอยู่ IXALAN คืนมาทั้งหมดแล้วแต่นางก็ยังหวั่นๆ ว่าจะสู้หน้าเจซยังไงหลังจากเรื่องทั้งหมดที่หล่อนได้ทำไปในราฟนิก้า


                “เจซ” วราสก้าเรียกเขา คำพูดเหมือนอั้นจุกเอาไว้ในลำคอ

                จอมเวทหนุ่มหันตัวกลับมา หยุดนิ่งแล้วส่งยิ้มให้ เขาใช้ฝ่ามือคว้าท้ายทอยของนางอย่างอ่อนโยนพลางดึงเข้ามาหาและใช้หน้าผากของตนแตะไปที่หน้าผากนางเบาๆ “สวัสดีกัปตัน” เขากระซิบ

                ความเชื่อมั่นอย่างสุดใจของเขาแทบทำให้หัวใจหล่อนแหลกสลาย

                พูดๆ ให้มันจบเรื่องไปซะ! กอร์กอนสาวร้องตะโกนจากข้างใน แล้วจึงกระซิบตอบ “เจ้าไม่รู้หรอกว่าข้าทำอะไรลงไปบ้าง”

                เจซพูดกลับ “จริงๆ แล้วข้าก็รู้นะ แต่มันไม่ใช่ความผิดของเจ้าหรอก ความทรงจำของเจ้ากลับมาไม่ครบหมดและข้าเองก็กลับมาช้าเกินไป”

                วราสก้าเบือนหน้าหนีก่อนจะกระซิบตอบอีก: “ใช่ เจ้ามาสายไป แต่ความเป็นจริงก็คือความทรงจำของข้าน่ะคืนกลับมาทั้งหมดแล้ว และมันก็ไม่ช่วยให้เปลี่ยนแปลงอะไรได้อยู่ดี”

                เขายักไหล่ “เอาเถอะน่า” เจซเอ่ย “วันนี้ข้าพยายามจะฆ่าแฟนเก่าไปคนนึงแล้ว เรามาเก็บเรื่องเครียดๆ เอาไว้ว่ากันหลังโบลาสตาย…หรือหลังพวกเราตายดีกว่ามั้ย?”

                นางยิ้มกลับแบบเศร้าๆ “แหม นี่ชั้นเป็นแฟนเก่าไปแล้วงั้นเหรอ?”

                “หวังว่าไม่นะ” เขาตอบอย่างตื่นตระหนก

                “ไม่ใช่ว่าเราต้องคบหาดูใจกันก่อนเหรอ ถึงจะมาเป็นแฟนเก่าได้?”

                “ข้าก็หวังไว้แบบนั้น” เขาพูดต่อ “เอิ่ม..แบบแรกนะ ไม่ใช่แบบหลัง”

                เขาช่างดูบอบบางเหลือเกิน หล่อนยังจำได้ดีถึงสีหน้าท่าทางเขาเมื่อตอนที่อยู่ด้วยกันในอิคซาลาน เจซในสภาพไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง–สภาพที่น่ารักที่สุดของเขา ยากมากจริงๆ ที่จะทิ้งมันไปง่ายๆ หล่อนไม่อยากจะต้องมาเล่นสงครามประสาทอะไรกันอีกแล้ว ไม่อยากจะมาเป็น ลิเลียน่า เวส อีกคนในชีวิตเขา หล่อนพูดขึ้น “ถ้างั้นพรุ่งนี้เรามาลองดูนะ…หลังจากโบลาสตาย หรือไม่ก็พวกเรานี่แหละที่ตาย?”

                “ไม่ทางใดก็ทางนึง?”

                “ไม่ทางใดก็ทางนึง”

                เขาพยักหน้ารับ “ตกลงตามนั้น แล้วก็อย่างที่บอก ข้าหวังว่าจะเป็นแบบแรกนะ ไม่เอาแบบหลัง”

                วราสก้ากุมมือชายหนุ่มไว้แน่น หล่อนสังเกตเห็น ราล ซาเรค จ้องเขม็งมาที่พวกเขา หล่อนรู้ดีว่าความสัมพันธ์–หรือจะเรียกนี่ว่าอะไรก็ช่างเถอะ–ของเจซกับนังอสรพิษกอร์กอนที่ลอบสังหารอิซปีเรีย คงไม่ได้ทำให้ชื่อเสียงของเจซในฐานะอดีตผู้คุมกฏที่ด่างพร้อยอยู่แล้วหม่นหมองมากไปกว่านี้ได้หรอก แต่ที่สำคัญ ถ้าเขาไม่ได้แคร์สื่ออะไร–ซึ่งชัดเจนเลยว่าไม่สน เพราะนางยังเห็นเขาส่งยิ้มยียวน โบกมือหยอกล้อกับราลอยู่–นางก็จะไม่สนใจเรื่องจิ้บจ้อยพวกนี้เช่นกัน

                พรุ่งนี่ ถ้าหากว่ายังมีชีวิตอยู่ พวกเราค่อยมาลองกัน

                ชั่วอึดใจนั้นเอง วราสก้ากลับมาอยากมีชีวิตอยู่ต่อเหนือยิ่งสิ่งอื่นใด


                การบุกครั้งสุดท้ายเริ่มขึ้นแล้ว กองกำลังแห่งราฟนิก้ารวมพลังกันกรูเข้าจู่โจมวิหารที่โบลาสอยู่ แดค เฟย์เดน จอมโจรฝีมือฉกาจพลาดท่าถูกซอมบี้ Eternals จับตัวได้ เขาตั้งใจจะเพลนส์วอล์คหนีเมื่อเกิดสถานการณ์แบบนี้ขึ้นแต่โชคไม่เข้าข้าง เพราะ Immortal Sun พึ่งกลับมาทำงานใหม่อีกครั้ง สายตาของแดคพร่ามัวแล้วทุกอย่างก็ดับวูบลงไป


                กิเดี้ยนนำทัพโดยขี่ม้าบินเปกาซัส ลิเลียน่าสั่งให้ก้อดแมวโอคีตร้ายิงธนูสอยลงมาแต่จงใจให้โดนม้า ไม่โดนตัวนักรบหนุ่ม โบลาสไม่พอใจและกล่าวหาว่ายิงพลาดได้ยังไง

                ภาพของกิเดี้ยนที่ร่วงลงมาทำเอาเหล่าทหารขวัญหนีดีฟ่อ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นถัดไปยิ่งทำให้ทุกคนต้องอ้าปากค้าง เมื่อ แรคดอส จ้าวอสูรหัวหน้ากิลด์บินโฉบมารับพร้อมส่งกิเดี้ยนทะยานขึ้นไปหาโบลาสอีกครั้ง!     


                 

                เจซเห็นควันคุกรุ่นขึ้นมาก่อนแล้วตามด้วยเปลวเพลิง แล้วจึงเห็นอสุรกายขนาดมหึมาตีปีกขึ้นฟ้า พร้อมมงกุฎที่ลุกเป็นไฟ

                แม่มดโลหิตเฮคาร่าปรบมือลั่นพร้อมสั่นระฆังและส่งเสียงเชียร์ให้กับหัวหน้ากิลด์สุดโฉดของตน: “ลุยเลย จัดการมันเลยบอส!!” นางรีบหันไปทางราล คาย่าและวราสก้าพลางตะโกน “เห็นมั้ย ข้าบอกแล้วว่าเขาเอาด้วย! เชาชอบบบบแผนนี้จะตาย!”

                แรคดอส จ้าวมลทิน จอมอสูร กิลด์มาสเตอร์ ผู้ริเริ่มสนธิสัญญา ผู้นำพาความโกลาหล ร่างกายนั้นใหญ่โตราวกับมังกรและมีมัดกล้ามเนื้อแขนขาแข็งแน่นเหมือนนักมวยปล้ำจากเธรอส (Theros) เขาแหลมสองคู่โดดเด่น โดยคู่หนึ่งแทงโค้งงอหักขึ้นด้านบนน่าเกรงขาม ในขณะที่อีกคู่ม้วนชี้ลงมาเหมือนของแกะขนาดยักษ์ นัยน์ตาสีเหลืองอร่าม เขี้ยวคมดั่งใบมีดโกนประสานกับปากเป็นรอยยิ้มที่พร้อมนำพาความตาย เศษกระดูกทะลักออกมาจากกรามกว้างนั่น ปีกมันสยายออกเหมือนค้างคาวและเท้ามีกีบหนาใหญ่แข็งแกร่ง ผิวกายสีแดงก่ำของมันถูกพันไว้ด้วยโซ่เหล็กระโยงระยางและกะโหลกที่ห้อยแขวนไว้เป็นจุดๆ ไหนจะคิ้วอีก คิ้วคู่นั้นกำลังลุกไหม้ด้วยเพลิงพิโรธ นี่คือสูตรสำเร็จของจอมปีศาจที่ยากจะหาใครเทียบทานจริงๆ

                แต่มันจะเทียบกับนิโคล โบลาสได้รึเปล่า?

                แล้วก็ แน่ล่ะ เจซเห็นกิเดี้ยนอยู่บนนั้น ขี่อยู่บนหัวจ้าวอสุรกายเยี่ยงวีรบุรุษ โผทะยานขึ้นไปพร้อมๆ กับเปลวเพลิงจากมงกุฎที่กำลังลุกโชนของแรคดอส ซึ่งเวทเกราะอมตะส่องประกายสีขาวของกิเดี้ยนปกป้องเขาไว้จากไฟนรกนั่น แต่จากมุมมองที่เจซยืนอยู่ มันดูราวกับว่ากิเดี้ยน จูร่า นั้นยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิงพร้อมเผชิญกับทุกชะตากรรมทีอยู่ตรงหน้า


                กิ้เดี้ยนกระโจนจากแรงส่งของแรคดอสลอยละลิ่วเข้าหาโบลาสพร้อมกับดาบทมิฬแบล๊คเบลดที่เคยสังหารมังกรโบราณมาแล้วอยู่ในมือ แต่ทุกอย่างก็สูญเปล่าเมื่อดาบปราบมังกรที่ว่านั้นแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ เมื่อปะทะเข้ากับพลังของนิโคลโบลาส กิเดี้ยนร่วงลงพื้นพร้อมเศษดาบที่แตกกระจัดกระจาย


                ช่างง่ายดายเหลือเกิน โบลาสคิด

            แค่ปล่อยข่าวลือเข้าเสียหน่อยว่าแบล็คเบลดเคยใช้ฆ่ามังกรโบราณ

            ทำให้การตามหาดาบเล่มนี้ยากลำบากพอที่พวกมันจะได้ชื่นชมในคุณค่าของมัน

            โยนไอ้ปีศาจของลิเลียน่าให้มันใช้ฆ่าทิ้งสักตัวเพื่อพวกมันจะได้หลงระเริงในพลังอำนาจอันแข็งแกร่งของยอดศาสตราเล่มนี้

            หลงระเริงและเชื่อในอำนาจของมันมากพอที่จะไม่ต้องไปเสียเวลาหาอาวุธชิ้นอื่นอีก

            แล้วสุดท้ายก็แค่เฝ้ารอเวลาที่พวกมันจะทุ่มทุกอย่างหมดหน้าตักเพื่อที่จะโจมตี…

            …ด้วยดาบเล่มนั้นเล่มเดียวที่เราเตรียมพร้อมรับมือเอาไว้อยู่แล้ว

                เจ้ามังกรหัวเราะร่าจากทั่วทุกอณูของร่างกาย

                ใช่สิ ครั้งหนึ่งดาบทมิฬแบล็คเบลดเคยสังหารมังกรโบราณลงตัวหนึ่ง

            และก็เพราะสาเหตุนั้นนั่นแหละที่เราเตรียมการไว้ตั้งเป็นพันกว่าปีก่อนแล้วให้มันไม่สามารถฆ่าพวกเราได้อีก!


                ลิเลียน่าเห็นทุกอย่างเกิดขึ้นต่อหน้า เห็นกิเดี้ยนร่วงลงจากฟากฟ้า เห็นดาบแบล็คเบลดความหวังสุดท้ายแตกสลาย และเห็นว่าอนาคตของนางจะต้องเป็นทาสรับใช้โบลาสไปตลอดกาล ไม่มีวันเสียล่ะ คนอย่างลิเลียน่าจะไม่ยอมจำนนต่อสิ่งใด! นางใช้พลังเนโครแมนเซอร์ที่ควบคุมทหารซอมบี้อยู่ออกคำสั่งให้พวกมันเปลี่ยนเป้าหมายเป็นโจมตีโบลาสแทน และคิดอยู่ในใจว่าพรรคพวกของนางจะรู้เรื่องสิ่งที่นางทำลงไปนี้ไหม โบลาสไม่รอช้า จัดการลิเลียน่าด้วยพลังของพันธะสัญญาส่งผลให้ร่างของนางค่อยๆ ลุกไหม้ สลายไปเรื่อยๆ


                เสียงของมันดังก้องในหัวนางอีกเป็นครั้งสุดท้าย: ช่างน่าเสียดายจริงๆ

                พลังเวทของมันแผ่ประกายรังสีไร้รูปไร้ซึ่งสิ่งเจือปน คลื่นอาคมถูกยิงสะท้อนไปมาทำให้โอคีตร้าและบอนตูหยุดนิ่งสยบอยู่กับที่

                ลิเลียน่าฝืนดิ้นรนพยายามควบคุมเหล่าซอมบี้อีกครั้ง ถ้าหากหล่อนสามารถทนได้อีกสักนิดล่ะก็ น่าจะผลักดันให้ก้อดซอมบี้รุดหน้าฝ่าคลื่นกระสุนของมังกรร้ายเข้าไปได้


                ขอแค่สัมผัสตัวมันเท่านั้น…แค่แตะนิดเดียว…จับส่วนหนึ่งของร่าง…พวกมันก็น่าจะสูบสปาร์คของโบลาสได้เหมือนคนอื่นๆ ที่ถูกมันกระทำมาในวันนี้…

                แต่เวลาจวนจะหมดลงแล้ว และลิเลียน่าก็กำลังจะตาย ตายด้วยน้ำมือของตนเอง ตายเพื่อสิ่งที่หล่อนเองก็แทบจะนึกไม่ถึง ตายเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น–เพื่อนพ้อง–ซึ่งไม่แน่ก็อาจจะต้องตายอยู่ดีทั้งๆ ที่คิดด่าหล่อนอยู่ในใจก็เป็นได้…

                ทันใดนั้นเอง หล่อนรู้สึกถึงฝ่ามือหนึ่งคว้าหมับเข้าที่หัวไหล่ แว่บแรกนางคิดว่าอาจจะเป็นทหารซอมบี้หลงมาสักตัวที่โบลาสสั่งให้มาดูดสปาร์คของนาง ลิเลียน่ารีบหันกลับ

                กิเดี้ยนนั่นเอง แม้ว่าแขนทั้งสองข้างของเขาจะโชกเลือดร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล แต่นักรบหนุ่มรูปงามคนนี้ก็ยังส่งยิ้มให้นาง

                หล่อนมองเขาในขณะที่มนต์เกราะกายสิทธิ์ประจำตัวกำลังแผ่ขยามาครอบร่างของนางเอาไว้

                ไม่ใช่ เขาไม่ได้แผ่ขยายมันออกมา…เขากำลังมอบพลังนี้ให้ชั้น

                ลิเลียน่าคิดในใจขึ้นในบัดดล หยุดนะ ถ้าทำแบบนี้ เจ้าจะต้องรับผลของสัญญาอสูรแทนข้าโดยไม่มีเวทคุ้มกันใดๆ มันจะทำให้เจ้าตาย เจ้าไม่จำเป็นต้องตาย เจ้าเป็นคนเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ต้องไม่ตายอย่างเด็ดขาด…

                เขายิ้มอีกครั้งพลางส่ายศีรษะ ความคิดของเขาส่งผ่านเข้ามาในหัวชัดเจนเหลือเกินจนเกือบจะคิดว่านี่คือเจซหรือเปล่า?: ผู้คนล้มตายมามากพอแล้วเพื่อหยุดโบลาส ให้ข้าเป็นคนสุดท้ายเถอะ

                กิเดี้ยน ข้าขอร้องล่ะ…

                เขากระซิบเบาๆ “ข้าไม่อาจเป็นวีรบุรุษได้แล้วครั้งนี้ ลิเลียน่า…แต่เจ้ายังเป็นได้”

                ร่างของลิเลียน่าส่องประกายเจิดจ้าด้วยเกราะอมตะของกิเดี้ยน–แสงสว่างขาวบริสุทธิ์ซึ่งยึดประสานกายนางเอาไว้ ผสานให้ส่วนที่แตกสลายกลับกลายเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง

                กลับกัน ผลของการละเมิดพันธะสัญญาปีศาจค่อยๆ ไหลคืบคลานไปที่มือของกิเดี้ยน โอนถ่ายจากตัวของลิเลียน่าไปสู่เขา รอยสักอักขระของนางผดขึ้นบนตัวกิเดี้ยนแล้วค่อยๆ ส่องประกายวูบวาบตามผิวนัง ร่างของกิเดี้ยนลุกเป็นไฟ ค่อยๆ สลายไปทีละส่วนอย่างที่เธอเกือบจะเป็นเมื่อไม่กี่วินาทีก่อน

                ทำให้สำเร็จ หล่อนเหมือนได้ยินคำพูดของเขา…หรืออาจจะเป็นความคิด…หรืออะไรสักอย่าง

                เมื่อเหลียวหลังกลับไปมอง น้ำตาของนางค่อยๆ ร่วงไหลลงอาบแก้ม ลิเลียน่าพยักหน้ารับคำ–หล่อนตั้งใจจะสานต่อให้เสร็จจริงๆ

                กิเดี้ยนกำลังจะตายอยู่ด้านหลัง แม้ว่าลิเลียน่าจะเป็นคนไม่ค่อยเห็นอกเห็นใจใครก็ตามแต่นางสัมผัสได้ถึงความทรมานของเขา…เพลนส์วอล์คเกอร์นักสู้เงยหน้าขึ้น ปิดตาคู่นั้นลงแล้วกรีดร้องโหยหวน…


Chapter 62 – 68 ปิดฉากมังกรโบราณ

                ลิเลียน่าที่โกรธจัดควบคุมก้อดที่เหลือเข้าต่อสู้กับโบลาส มังกรโบราณ เมื่อมีจังหวะเผลอ นิฟมิซเซทใช้หอกสองง่ามที่ได้มาจากฮาโซเรทแทงจากด้านหลังทะลุท้อง อาวุธที่โบลาสสร้างเองกลับมาทำร้ายตัวมัน ลิเลียน่าได้ทีบุกอย่างต่อเนื่องและแม้ว่าโบลาสจะเป่าโอคีตร้ากระจุยไปได้ แต่มันช้าเกินกว่าจะหลบบอนตูทัน ซอมบี้เทพจระเข้ยักษ์งับเข้าที่ข้อมืออย่างจัง การดูดสปาร์คเริ่มขึ้นทันที นิโคล โบลาสสูญสิ้นดวงไฟสปาร์คที่ดูดซับมาทั้งหมดรวมถึงสปาร์คของตัวมันเองด้วย มันพยายามร่ายเวทย์โบราณอีกครั้งแต่ไม่เป็นผล กองทัพซอมบี้ของลิเลียน่าไต่ขึ้นมาตามวิหาร พร้อมกับกองกำลังชาวราฟนิก้าและเพลนส์วอล์คเกอร์ มันกำลังจะพ่ายแพ้…


                ร่างของโบลาสสลายไปไม่เหลือซาก เฉกเช่นกับกิเดี้ยน เหลือไว้แต่เพียง Gem of Becoming ที่เคยลอยอยู่ระหว่างกลางหัวของมันตกอยู่บนพื้นข้างๆ ซากชุดเกราะ ลิเลียน่ากอดชุดนั้นเอาไว้แน่นด้วยความอาลัย เจซรีบส่งกระแสจิตติดต่อว่าให้นางรีบหนีออกไปจากราฟนิก้า เขาสั่งให้ซาฮีลี่ปิด Immortal Sun ไว้ชั่วคราวแล้ว ถึงแม้เจซรู้ว่าในตอนสุดท้ายนางช่วยพวกเขาไว้ก็ตามแต่ความเสียหายที่เหล่าซอมบี้ก่อขึ้นก็เป็นเพราะนางอยู่ดี ลิเลียน่าคิดแว่บหนึ่งที่จะตาย แต่สุดท้ายก็เก็บหิน Spirit Gem ของโบลาสเอาไว้แล้วจึงเพลนส์วอล์คหนีไป


                ผู้คนเริ่มโห่ยินดีเฉลิมฉลอง เมื่อ Immortal Sun ถูกปิดลงอย่างสมบูรณ์ เพลนส์วอล์คเกอร์ที่เหลือรอดอยู่ทยอยหนีออกไปจากราฟนิก้าก่อนจะเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันอีก บ้างยังคงอยู่เพื่อจัดการกับเหล่าซอมบี้และเก็บกวาดเมืองทั้งภพที่พึ่งกลายสภาพเป็นสนามรบมาหมาดๆ ชานดร้าเสียใจมากกับการจากไปของกิเดี้ยน นิสสาทำได้จับไหล่ให้กำลังใจ ชานดร้าสารภาพว่าครั้งหนึ่งหล่อนเองก็เคยรู้สึกรักกิเดี้ยนอยู่เหมือนกันแต่ไม่เคยมีโอกาสได้บอก เจซบอกว่ากิเดี้ยนเองก็คงรู้ และเขาก็รักเธอมากเหมือนกัน แม้ว่าจะรักในแบบเพื่อนหรือเหมือนน้องสาว แต่นั่นมันก็คือความรักที่มีคุณค่า เมื่อชานดร้าเริ่มร้องไห้ นิสสาเอามือไปป้ายน้ำตาจนชานดร้าซุกเข้ามาพิง นิสสาที่ทำตัวไม่ค่อยถูกก็ค่อยๆ กอดนางอย่างเคอะเขิน แล้วค่อยๆ ลูบปลอบเบาๆ ชานดร้าพูดต่อว่า “ข้าก็รักเจ้าเหมือนกัน รู้ใช่มั้ย?” ซึ่งนิสสาก็ตอบกลับว่า “ข้าก็รักเจ้าเช่นกันชานดร้า” แต่ก่อนที่ความโรแมนติคจะเกิดขึ้นต่อ จาย่าก็เข้ามาตัดบทโดยลากชานดร้าไปทำหน้าที่ที่มีแต่จอมเวทย์อัคคีจะทำได้ นั่นคือการเผาทำลายซากซอมบี้ ส่งวิญญาณของคนเหล่านี้ให้สู่สุคติ


                ราลจูบโทมิคอย่างดูดดื่ม วราสก้าและเจซกอดจ้องตากันอยู่เนิ่นนานก่อนที่จะจูบกันในที่สุด เทโยเริ่มมีความรู้สึกดีๆ ให้กับแรทและคิดว่าเขาควรออกตามหาหล่อนบ้างหลังจากจบเรื่องทั้งหมด แองกราธและซาฮีลี่เถียงกันว่าจะทำยังไงกับ Immortal Sun ดี สรุปว่าควรจะเก็บไว้ก่อนเพราะอาจมีความจำเป็นในอนาคตเมื่อต้องจัดการกับเพลนส์วอล์คเกอร์ฝ่ายชั่ว ออเรเลียเอาชุดเกราะที่เหลืออยู่ของกิเดี้ยนมามอบให้ซึ่งชานดร้าเสนอว่าควรเอาไปสร้างเป็นอนุสรณ์ที่เธรอส อาจานี่บอกว่า Gatewatch ต้องสานต่อปณิธานของกิเดี้ยนโดยต่อสู้กับภยันตราที่จะเกิดขึ้นในมหาจักรวาล โดยคาย่าอาสาเข้าร่วมด้วยอีกคนหนึ่ง


                นิฟมิซเซทปรากฏตัวขึ้นแล้วเย้ยเจซว่าตกงานจนได้และในที่สุด ตำแหน่ง Living Guildpact ผู้คุมกฎแห่งราฟนิก้าก็ตกเป็นของเขาดั่งเช่นที่มันควรเป็น ทุกๆ คน (เหล่า Legends) มารวมตัวกันเพื่อทำพิธีเคารพกิเดี้ยนและเดินขบวนไว้ทุกข์ เมื่อทุกอย่างสิ้นสุดลง นิฟ มิซเซทจึงออกคำสั่ง


                มังกรจิตอัคคีพูดขึ้นก่อน: “ในฐานะผู้คุมกฎคนใหม่ ข้าได้หารือกับตัวแทนจากทุกๆ กิลด์แล้ว”

                คาย่าเลิกคิ้วแบบงงๆ ไปทางโทมิคซึ่งทำเพียงแค่พยักหน้ารับ

                นิฟพูดต่อ “พวกเราเห็นพ้องกันว่ามีบางคนที่เคยสมรู้ร่วมคิดกับโบลาสจำเป็นจะต้องถูกลงโทษ”

                วราสก้าหรี่ตา ดวงตาคู่นั้นของกอร์กอนสาวเอ่อล้นไปด้วยพลังเวท “ข้าไม่ยอมให้พวกเจ้ามาตัดสินโทษกันง่ายๆ แน่”

                “เจ้าถูกตัดสินไปเรียบร้อยแล้ว” ลาวิเนียแทรกขึ้นมาด้วยเสียงแข็งแต่เรียบเฉย “และการกระทำของเจ้าในวันนี้ก็ช่วยลดหย่อนโทษจากคำตัดสินนั้น”

                ราล ผู้ที่พยายามฝืนไม่ยกมือขึ้นปิดตากันไว้ก่อนได้พูดต่อ “เจ้าไม่ใช่คนเดียวที่ถูกโบลาสปั่นหัวแล้วหลอกใช้ คาย่าและข้าเองก็มีความผิดตรงนี้เช่นกัน พวกเราอาจจะไหวตัวในความผิดได้ก่อนเจ้า แต่เราไม่มีเจตนาที่จะมาหาเรื่องพรรคพวกกันหรอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพรรคพวกที่พร้อมจะพิสูจน์ความจงรักภักดีต่อราฟนิก้าและต่อกิลด์ของตนเองให้เห็น”

                วราสก้ายังดูคลางแคงใจ–ดูระมัดระวังตัวอยู่–แต่ดวงตาก็หยุดเปล่งแสงแล้ว “ว่ามา ข้ากำลังฟัง”

                ออเรเลียเอ่ย “สิ่งมีชีวิตนับร้อย หรืออาจจะนับพันในราฟนิก้าได้ตายลงในวันนี้”

                “พร้อมกับความเสียหายต่อทรัพย์สินของราฟนิก้าอย่างประมาณค่ามิได้” โทมิคเสริม

                ออเรเลียพูดต่ออย่างไม่แยแส “การก่อการร้ายในครั้งนี้จะต้องได้รับการลงโทษ มีอยู่สามคนที่ทำทุกวิถีทางเผื่อจะช่วยเหลือไอ้มังกรนั่น: เทซเซอเรท โดวิน บาน และ ลิเลียน่า เวส

เทโยขัดขึ้นโดยไม่ทันได้คิด “แต่ไม่ใช่ว่าลิเลียน่า–”

โวเรลพูดสวนโดยพลัน “นังเวสนั่นเปลี่ยนฝั่งช้าเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากเป็นตัวการทำให้เกิดความเสียหายส่วนใหญ่ด้วย”

“แล้วนี่พวกเจ้าจะเอายังไง?” คาย่าถามด้วยสีหน้าไม่พอใจ

“ทั้งสามคนเป็นเพลนส์วอล์คเกอร์” ลาซาฟอธิบาย “พวกมันอยู่เหนือเงื้อมมือของเรา แต่ไม่ใช่สำหรับพวกเจ้า”

มังกรจิตอัคคีพูดปิดฉาก “ราล ซาเรคตอบตกลงที่จะตามล่าเทซเซอเรทแล้ว วราสก้า เพื่อเป็นการชดใช้ความผิด เรามอบหมายให้เจ้าตามตัวโดวิน บาน ส่วนเจ้า คาย่า กิลด์ทั้งสิบแห่งราฟนิก้าขอว่าจ้างเจ้าอย่างเป็นทางการให้ลอบสังหาร ลิเลียน่า เวส ซะ”        


              

                เรื่องทั้งหมดเหมือนจะจบลงด้วยดี แต่ว่ามีเพียงเจซเท่านั้นที่รู้ว่าความจริงเกิดอะไรขึ้น เขาได้รับการติดต่อทางโทรจิตจากมังกรวิญญาณอูกิน ไม่กี่วินาทีหลังจากโบลาสเสียท่า อูกินบอกว่าจะปล่อยให้โบลาสตายไม่ได้เพราะมันเคยตายมาก่อนแล้ว และกลับมาคืนชีพใหม่ ไม่แน่โบลาสอาจมีแผนเผื่อไว้ในกรณีที่มันตายก็เป็นได้ ทางที่ดีอูกินจะนำตัวโบลาสผู้เป็นฝาแฝดไปขังไว้เอง เจซจึงจำเป็นต้องเล่นตามแผนของอูกิน โดยใช้เวทมายาทำให้อูกินล่องหนเข้าไปจัดการกับโบลาส และในขณะเดียวกันก็สร้างภาพจำลองของนิโคลโบลาสสลายร่างให้ทุกๆ คนในราฟนิก้าเห็น แม้กระทั่งตอนนี้เขาก็ยังสงสัยว่าทำถูกต้องไหมกับการโกหกอย่างใหญ่หลวง ทั้งๆ ที่ทุกคนก็กำลังสรรเสริญยินดีและไว้อาลัยกิเดี้ยนผู้เป็นฮีโร่ยอมสละชีพตนเองเพื่อสังหารโบลาส…


Chapter 69 บทส่งท้าย

อูกินขังโบลาสไว้ที่ Meditation realm ซึ่งแท้จริงเคยเป็นภพของเขามาก่อน ก่อนที่โบลาสจะมาแย่งไป รวมทั้ง gem of becoming บนหัวด้วย มันเคยเป็นส่วนหนึ่งของอูกินเช่นกัน พอโบลาสได้ไป อูกินจึงเห็นทุกอย่างผ่านเพชรนี้ และโบลาสเองก็ไม่สามารถจับได้ว่าอูกินอยู่ไหน อูกินบอกว่าเห็นสิ่งที่โบลาสทำพลาดมากมาย โดยมีซาคานคอยช่วยอูกินมาตลอด โบลาสผู้หยิ่งทะนงสุดท้ายก็ยอมถามว่ามันทำอะไรพลาดไป อูกินจึงอธิบาย ข้อแรก ประมาทนิฟมิซเซท เพราะเห็นเป็นมังกรธรรมดาแถมยังไม่ใช่เพลนส์วอล์คเกอร์ ถึงอย่างนั้นนิฟก็ถือว่าเป็นมังกรโบราณที่เฉลียวฉลาด วางแผนไปถึงขั้นหลังจากที่ตาย ข้อสอง โบลาสป้องกันตัวเองจากแบล็คเบลดได้ก็จริง แต่ประมาทว่ามีอาวุธอื่นที่ทำร้ายมันได้อยู่อีก และข้อสามที่ผิดพลาดร้ายแรง คือประเมินความสามารถของเหล่าเพลนส์วอล์คเกอร์ต่ำไป คิดว่าควบคุมลิเลียน่าได้อย่างสมบูรณ์ แต่จิตใจที่แกร่งกล้า ไม่ยอมสยบสิ่งใด และการเสียสละของคนอย่างกิเดี้ยนนี่แหละที่เปิดโอกาสให้ทุกอย่างเข้าที่และจัดการมันลงได้


สุดท้าย อูกินจะขังโบลาสไว้ที่นี่และเปลี่ยนร่างของตนให้คลุมทั้งหมดเอาไว้เป็น Prison Realm ภพอันเป็นที่จองจำมังกรโบราณชั่วร้ายไปตลอดกาล ยาวนานเสียจนโบลาสจะจำไม่ได้ว่าตนเคยยิ่งใหญ่เพียงไหน หรือแม้กระทั่งชื่อของตนเอง


ปิดฉากภาค War of the Spark ลงไปอย่างสวยงามนะครับ สำหรับกิเดี้ยน เชื่อว่าคงเป็น Planeswalker ตัวเก่งที่จะอยู่ในใจใครหลายๆ คนไปอีกนานแน่ๆ RIP ด้วยจ้า >.<

Facebook Comments
กลับขึ้นไป