Thirst for Knowledge กับ NDM – ทฤษฎีเด็คที่มีประสิทธิภาพ

คำถามสำคัญที่สุดสำหรับการเล่น Magic: The Gathering  คือ เราสามารถเอาชนะทุกๆคนได้จริงหรือไม่ ตามความเป็นจริงคือทำไม่ได้ ลองคิดถึงคนที่คุณแพ้ให้เพราะจั่วท้อปเด็คติดกันสัก 5 ใบสิครับ ตอนนั้นโชคเขามาจริงๆ ยอมกันไป

วันนี้ผมจะจะมาพูดถึงทฎษฎีที่ผมขอเรียกว่า “ทฤษฎีเด็คที่มีประสิทธิภาพ” แล้วกันครับ ผมจะเอาวิธีนี้อธิบายถึงที่มาของ deck tier1 ในเกมส์การแข่งระดับ Competitive และความหมายของการเลือก Sideboard ใน event นั้นๆ เป็นมาตรฐานในการกำหนด deck และจำนวนเมต้าในแต่ละยุคสมัยที่ผ่านมา นี่เป็นแนวคิดของผู้เขียนนะครับที่เล่น ที่เอาไว้ประเมิณความเสี่ยง และการจัดเด็คอย่างเป็นระบบ และการกำหนด Sideboard ใน event ต่างๆ

 

(ที่มา: www.manaleaks.com)

ทฤษฎีเด็คที่มีประสิทธิภาพ สรุปตามแนวคิดของผู้เขียนนะครับ

1. เด็คต่างๆใน event ได้สะท้อนข้อมูลทุกอย่างที่ Players ทุกๆคนรับรู้แล้ว
2. เราไม่สามารถชนะต่อเนื่องด้วยวิธิการเดิมๆได้ตลอดเวลา
3. การเลือก SB เพื่อให้ได้เปรียบใน event ต่างๆ เป็นไปตามความเหมาะสมของบุคคล ดังนั้นไม่มีข้อเนะนำ

ผลที่เกิดขึ้นกับผู้อ่าน : ผู้อ่านกำลังเริ่มประสาทหลอนไปเอง? ฮ่าๆ ว่ามึงต้องการอะไร

แต่เอาเข้าจริงๆ จะเห็นได้ชัดว่าทุกๆคนเข้าถึง ชุดการ์ดและมีสิทธิ์ จัดเด็คได้บน พื้นฐานเดียวกัน ดังนั้นทุกๆคนควรจะเก่งเท่าๆกันแต่มันก็มีข้อผิดอยู่ตรงจุดนึงคือ ในเด็คเดียวๆกัน เราก็ไม่มีเหตุผลใดๆเลยที่จะไปสรุปว่าทุกคนจะตัดสินใจเล่นแบบเดียวกัน ยกตัวอย่างนะครับ เช่น

ผู้เล่นทุกคนรู้กฎเดียวกัน ได้ศึกษา เมต้าเกมส์มาจากที่เดียวกัน มีชุดการ์ดให้ใช้เท่าๆกัน ได้ศึกษาแชมป์จาก event ต่างๆมาเหมือนกัน แต่มีผู้เล่นเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะเล่นหรือตัดสินใจได้ยอดเยี่ยมเหนือผู้เล่นอื่น ดังนั้นมันจึงไม่มีเหตุผลเลยที่จะสรุปว่า คนที่ได้รับข้อมูลมาเหมือนๆกันจะสามารถนำมาใช้ด้วยความมีประสิทธิภาพเท่าเทียมกัน จะเห็นได้ว่าผู้คนมีจริตต่อเกมส์แตกต่างกันไป ทำให้เกมส์ค่อนข้างซับซ้อนและไม่ซ้ำกันในแต่ละเกมส์

ในเกมส์ MTG ผู้เล่นที่ทักษะสูงบางคนเท่านั้นที่ชนะเกมส์ส่วนใหญ่ โดยส่วนมากจะใช้ประโยชน์จากการอ่าน หรือความผิดพลาดของผู้เล่นที่อ่อนแอกว่า ซึ่งทำให้เราเห็นผู้เล่นที่เก่งกาจซึ่งบางทีก็เล่นเด็คเดียวกันกับเรานั่นละ แต่เขากลับมีข้อสรุปวิธีเล่นที่แตกต่างจากคนส่วนใหญ่ จากกรอบความคิดนี้ ความผิดพลาดของผู้เล่นที่มีทักษะน้อยกว่า ได้ขับเคลื่อนเด็คไปยังระดับที่ไม่ถูกต้อง (หมายถึงมาตรฐานวิธีเล่น) ซึ่งมันจะกลายเป็นการสร้างโอกาสให้กับคนทีมีทักษะสูงกว่

ผู้เล่นส่วนใหญ่นั้นชอบสนับสนุนเรื่องดวง โดยอ้างว่าเป็นเรื่องยากที่จะชนะต่อเนื่องและทำผลงานที่ดีได้ คนพวกนี้พวกเขาคิดถูกแต่ด้วยเหตุผลที่ผิด ความยากของการได้เปรียบ ในการเล่นแบบ Competitive นั้น คือ “อารมณ์” ซึ่งบางครั้งมันจะมากระทบจนทำให้ข้อได้เปรียบจากความใจเย็นของตัวเราเองนั้นหายไปเหลือแต่ความกลัวในใจหรือความเดือดดาลในใจก็ตาม  บางทีผมเรียกภาวะนี้ว่าภาวะ ตื่นตระหนกหรือไม่ก็มั่นใจเกินกว่าเหตุ เพราะสุดท้ายผมเจอหลายๆคน ที่เจออารมณ์มาทำให้มีอิทธิพลจนเกิดสิ่งทีไม่น่าจะทำได้ เช่นคิดว่ายังไงก็ชนะหรือยังไงเขาก็มีใบแก้บนมือ logic ที่ดีมาจากการมองเป็น % ครับโอกาสบางแบบมันน้อยมาก จน % ที่จะชนะ ของเราอาจดีกว่าที่ได้ทำบางเหตุการณ์ให้เกิดขึ้น

 

รับมือกับอารมณ์ของตนเองให้ดี (ที่มา: www.manaleaks.com)

การรับรู้ว่าอารมณ์สามารถจะส่งผลรุนแรงและมีอำนาจเหนือกว่าการตัดสินใจอย่างมีเหตุผลของเราอย่างมีนัยสำคัญครับ บางครั้งผลกระทบรุนแรงจนจบ event นั้นๆก็มี

ทั้งหมดที่อธิบายไปข้างต้น สามารถสรุปคร่าวๆได้ดังนี้ครับ

ข่าวร้าย คือ เราไม่สามารถจะชนะทุกเกมส์ติดต่อกันได้ นอกจากความบังเอิญ
ข้อดี คือ เราสามารถเป็น ผู้เล่นที่ดีและเอาชนะได้อย่างต่อเนื่อง และจัดการจิตใจของเราได้ แม้มันเป็นเรื่องยากก็ตาม

มีคนถามว่า Player ที่เก่ง เกิดจากพรสวรรค์หรือเกิดจาการพยายามอย่างหนัก? สำหรับผม มันก็เหมือนการวิ่งมาราธอนนะครับถ้าเราฝึกและเข้มงวดมากพอ แต่เราก็จะเก่งได้เพียงในระดับความเชี่ยวชาญ ซึ่งผมยังเชื่อนะครับการไปถึงระดับสุดยอดพรสวรรค์เป็นส่วนประกอบ เล็กๆซึ่งธรรมชาติได้มอบประสาทสัมผัสที่เหนือกว่าในการรับรู้ทิศทางของเกมส์ แต่อย่างไรเสีย ถ้าคุณเข้มงวดพอจนคุญเชี่ยวชาญ ก็สามารถเก่งกว่า คนที่มีพรสวรรค์ ได้อย่างไม่ยากเย็นครับเพราะนี่คือโลกของ Planeswalker ครับ มันจะสปาร์คกันได้ไม่รู้ตัว

 

(ที่มา: www.manaleaks.com)

 

เรียงเรียงโดย: NDM

Facebook Comments
กลับขึ้นไป