เรื่องย่อจากนิยาย – War of the Spark: Ravnica ACT 1

ภาค War of the Spark เรียกได้ว่าเป็นจุดจบของหลายๆ แผนการซึ่งมีตัวร้ายหลักเลยคือนิโคล โบลาสครับ มันกรโบราณตนนี้ไปทำลายโลกอื่น ไปแย่งชิงสมบัติ หรือยุยงบ่อนทำลายคนมาตลอดหลายชุด MTG ที่เราเล่นกันมา ในราฟนิก้านี่แหละที่ทุกๆ อย่างมาถึงจุดไคลแม๊กซ์แล้ว!! สำหรับเพื่อนๆ ที่ยังตามไม่ทัน ไปหาดูข้อมูลเก่าๆ ในเวบ หรือจากคลิบวิดีโอใน Facebook ได้คร้าบ ——> คลิกดูโลด!!


ACT 1

Chapter 1- 7 – รุ่งสางก่อนสงคราม

เทโย เวราด้า (Teyo Verada) เป็นเพลนส์วอล์คเกอร์หน้าใหม่ที่พึ่งจะมีบทบาทในนิยายเป็นครั้งแรก ความสามารถประจำตัวคือการสร้างโล่เวทเพื่อใช้ป้องกันได้


อาราอิเธิย ชอคต้า (Araithia Shokta) หญิงสาวชาวราฟนิก้า เจอเทโยโดยบังเอิญและมาเป็นไกด์ให้ เข้ามาพัวพันกับศึก War of the Spark เพราะรู้จักคนสำคัญๆ ในราฟนิก้าหลายคน มีส่วนช่วยให้เรื่องต่างๆ คลี่คลายลงได้

               สปาร์คของเพลนส์วอล์คเกอร์มือใหม่เทโยปะทุขึ้นในเวลาจวนเจียนเผชิญกับความตาย ทำให้เขาข้ามภพจากบ้านเกิด โกบาคานห์ (Gobakhan) มายังราฟนิก้า เทโยที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยเกี่ยวกับภพอื่นๆ หรือกระทั่งเรื่องเพลนส์วอล์คเกอร์ (จังหวะถูกเรียกตัวมาโดย Interplanar Beacon พอดี) มาโผล่ในที่ๆ กำลังจะกลายเป็นสมรภูมิรบ โชคดีที่เขาพบกับ อาราอิเธีย ช้อคต้า (Araithia Shokta) หญิงสาวชาวราฟนิก้าที่มีนิสัยสุดแสนจะขี้เล่นและซุกซน พร้อมกับความสามารถพิเศษ 2 อย่าง การย่องไปไหนมาไหนได้โดยที่ไม่มีใครสนใจสังเกต และ การพูดอย่างต่อเนื่องชนิดไม่รู้จักหยุดหย่อน นางแนะนำตัวว่าชื่อ ‘แรท’ (เจ้าหนู เพราะน้อยมากที่จะมีคนมองเห็นเธอ) และอาสาเป็นไกด์ให้เทโย พร้อมกับบอกว่าหล่อนชอบแอบตามดูคนนั้นคนนี้รวมถึงหัวหน้ากิลด์ด้วยและรู้ว่ามีคนพิเศษในโลกซึ่งเป็นเพลนส์วอล์คเกอร์เหมือนเทโยนั่นแหละ


กลุ่ม Gatewatch

เจซ เบเลอเรน (Jace Beleren) จอมเวทพลังจิตฝีมือฉกาจ อาศัยอยู่ในราฟนิก้ามานานและปัจจุบันมีตำแหน่งเป็นผู้คุมกฏ มีประกาศิตควบคุมให้ทั้ง 10 กิลด์ต้องอยู่ร่วมกันอย่างสงบภายใต้การกำกับของเขา


กิเดี้ยน จูร่า (Gideon Jura) ผู้ก่อตั้ง The Gatewatch รวบรวมเอาเพลนส์วอล์คเกอร์ ที่ต้องการร่วมมือกันต่อสู้เพื่อรักษาความสงบของจักรวาลเอาไว้


ชานดร้า นาล่าร์ (Chandra Nalar) เพลนส์วอล์คเกอร์เลือดร้อน ออกจะมุทะลุไปบ้างแต่ความรักเพื่อนพ้องและความยุติธรรมนั้นเหนือสิ่งอื่นใด


อาจานี่ โกลด์เมน (Ajani Goldmane) เคยยับยั้งแผนการของโบลาสได้ครั้งหนึ่งที่ Alara พอรู้ว่ากิเดี้ยนตั้งกลุ่มเพื่อปกป้องจักรวาล และเพื่อต่อกรกับโบลาสก็เข้าร่วมโดยไม่ลังเล


เทเฟรี่ (Teferi) เพลนส์วอล์คเกอร์ที่มีความสามารถควบคุมการไหลของเวลา จากเหตุการ์ณในอดีตทำให้เขาสูญเสียสปาร์คแห่งเพลนส์วอล์คเกอร์ไปและได้อายุขัยเกือบอมตะมาแทน เคนพบกับนิโคล โบลาสมาก่อนและเข้าร่วมกับกลุ่ม Gatewatch หลังจากได้สปาร์คของตนกลับคืนมา


จาย่า บาลาร์ด (Jaya Ballard) ไพโรแมนเซอร์ชื่อดัง หลังหายตัวจากวงการ หลบซ่อนตัวในนามพระแม่ลูติในวิหาร Kher Keep คอยเลี้ยงดูชานดร้าตั้งแต่เด็ก ปิดบังความจริงมาตลอดว่าตนเป็น planeswalker แต่เมื่อชานดร้ารู้ก็ถ่ายทอดวิชาให้และคอยแนะนำ


คาร์น (Karn) โกเลมสีเงินที่ถูกสร้างขึ้นโดยเพลนส์วอล์คเกอร์นักประดิษฐุ์เออร์ซ่า (Urza) มีเป้าหมายใหญ่คือการทำลายล้างเผ่า Phyrexia ให้สิ้น ตั้งใจจะช่วยกลุ่ม Gatewatch ต่อสู้กับโบลาสก่อนแล้วจึงจะทำภารกิจของตนต่อ


ทั้งหมดรวมตัวกันที่คาลาเดชเพื่อวางแผนจัดการโบลาส กิเดี้ยนมารวมกลุ่มเป็นคนสุดท้ายเพราะพยายามตามหาร่องรอยของลิเลียน่า เนโครแมนเซอร์สาวอดีตสมาชิกซึ่งไม่ได้ทำตามสัญญาว่าจะกลับมารวมตัวกันอีกครั้งเพื่อสู้กับโบลาส เมื่อเขามาถึง ทั้งหมดสัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดบางอย่างเรียกให้ไปที่ราฟนิก้า ถึงแม้รู้ว่าอาจเป็นกับดักแต่ก็จำเป็นต้องไป


ชานดร้าโพล่งขึ้นก่อนเพื่อน “ลิเลียน่าล่ะ?”

กิเดี้ยนหันหน้าไปทางอื่น “ไม่มีร่องรอยมานาของเธอแล้วที่โดมินาเรีย หล่อนเพลนส์วอล์คข้ามไปภพอื่น– แต่แน่ละว่าไม่ใช่ที่นี่”

“หรือบางทีนางอาจจะรู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดให้ไปที่ราฟนิก้าแล้วห้ามตัวเองไม่ได้ไปถึงก่อนเราแล้ว?” ชานดร้าพูดต่อ น้ำเสียงยังเต็มไปด้วยความหวัง

กิเดี้ยนส่ายศีรษะ “นางอาจไปที่นั่นก็ได้ แต่ถ้าไปจริง นางก็ไปตั้งแต่ก่อนเกิดสัญญาณเรียกตัวแล้ว ทั้งๆ ที่รู้ว่าต้องมารวมตัวที่นี่”

เจซขัดคอ “ไม่อยากจะพูดเลยว่า ข้าบอกแล้วไม่เชื่อ”

กิเดี้ยนตีหน้าบึ้ง “ข้าว่าเจ้าอยากพูดแบบนั้นชัดๆ เลยล่ะ”

สีหน้าเจซดูเจ็บปวด “ข้าไม่ได้สะใจที่มันเป็นแบบนี้หรอกนะ กิเดี้ยน ไม่มีใครอยากเชื่อมั่นในตัวลิเลียน่ามากไปกว่าข้าอีกแล้ว ไม่มีใครมั่นใจในตัวนางเท่าข้า”

“เว้นแต่ตัวลิเลียน่าเอง” กิเดี้ยนสวน

เจซสูดหายใจลึกแล้วพยักหน้า “ใช่สินะ เว้นแต่ตัวนางเอง”

จาย่ารวบผมขึ้นแล้วเก็บเข้าไว้ในฮูดที่ดึงขึ้นมาคลุมศีรษะ “น่าเสียดายจริงๆ ประสบการณ์ของหล่อน ความสามารถและพลังร้ายกาจนั่นน่าจะช่วยเราได้มาก”

“ตอนนี้พวกเราทำอะไรไม่ได้แล้ว” อาจานี่กล่าย้ำ

กิเดี้ยนพูดต่อ “ตอนนี้พวกเราทำอะไรเพื่อนางไม่ได้แล้ว ข้ารู้ดี เราต้องไปที่ราฟนิก้าและเผชิญหน้ากับอะไรก็ตามที่โบลาสเตรียมไว้ต้อนรับ เรารู้ว่ามันต้องมีกับดัก ซึ่งอาจทำให้เราพอจะเลี่ยงมันได้ แต่ต่อให้เลี่ยงไม่ได้ ยังไงพวกเราก็จะต้องไป เราจะปล่อยให้ไอ้มังกรนั่นทำกับราฟนิก้าเหมือนที่มันทำกับอามอนเคตไม่ได้ ในเมืองที่กว้างใหญ่ขนาดภพๆ หนึ่ง ความเสี่ยงต่อชีวิตคนนั้นมากมายมหาศาลนัก”


กลุ่ม Guild Masters

ราล ซาเรค (Ral Zarek) หัวหน้ากิลด์อิซเซทแทนที่นิฟ มิซเซทที่โดนโบลาสสังหารไปก่อนหน้า ราลยังทำหน้าที่ประสานกับกิลด์ทุกกิลด์เพื่อสู้ศึกครั้งนี้และไม่ละทิ้งแผนที่จะทำให้นิฟ มิซเซทกลับมาใหม่พร้อมพลัง Guildpact


คาย่า (Kaya) หลังจากสังหารสภาผี Obzedat ตามคำว่าจ้างของโบลาส และช่วยเทย์ซ่าออกมา ภาระการเป็นหัวหน้ากิลด์ออซวอฟตกเป็นของนางโดยปริยาย ตอนนี้ร่วมมือกับราล ไม่ทำตามโบลาสอีกต่อไป


ลาวิเนีย (Lavinia) มือขวาของเจซในราฟนิก้า เมื่อกิลด์อาโซเรียสปั่นป่วน โดวิน บาน เข้ามาแทนที่อิซปีเรียซึ่งถูกวราสก้าลอบสังหาร ลาวิเนียแยกตัวออกเพื่อตั้งกลุ่มต่อต้านอย่างเงียบๆ รอวันที่เจซกลับมา


วราสก้า (Vraska) หลังจากถูกเจซ ชายคนรัก ลบความทรงจำที่ Ixalan สุดท้ายหล่อนได้ความจำกลับคืนมาด้วยฝีมือของสมุน แต่ด้วยความแค้นที่มีต่อกิลด์อาโซเรียสจึงทำให้สังหารอิซปีเรียและสร้างความปั่นป่วนในหมู่กิลด์ตามแผนโบลาส เป็นพรรคพวกกับกลุ่มราลแต่ต้องจำใจทรยศเพราะโบลาสบังคับและสังหารเฮคาร่า ตัวแทนจากกิลด์แรคดอส


                ราล คาย่า ลาวิเนีย เฮคาร่า และ วราสก้า ร่วมมือกันเปิดสัญญาณ Beacon เพื่อเรียกเพลนส์วอล์คเกอร์มาที่ราฟนิก้า หวังว่าจะช่วยต่อสู้กับโบลาส แต่เมื่องานเสร็จสิ้น วราสก้าทรยศ ลาวิเนียถูกโบลาสเข้าสิงและสังหารเฮคาร่า ทูตตัวแทนจากกิลด์แรคดอส ราลยิงสายฟ้าใส่วราสก้าแต่นางเพลนส์วอล์คหนีไปได้


กลุ่มผู้บุกรุก

นิโคล โบลาส (Nicol Bolas) เพลนส์วอล์คเกอร์มังกรโบราณที่ต้องการกลับไปมีพลังเหมือนพระเจ้าก่อนเหตุการณ์ The Mending แผนการทั้งหมดที่มันวางเอาไว้นำพามาสู่สงครามในราฟนิก้า


เทซเซอเรท (Tezzeret) สมุนเบอร์ 1 ของโบลาส ทำหน้าที่เชื่อมประตูพิภพ Planar Bridge เพื่อจะนำเอากองทัพทหารซอมบี้จากอามอนเคตข้ามมาสู่ราฟนิก้า


ลิเลียน่า เวส (Liliana Vess) เนโครแมนเซอร์สาวอดีตสมาชิก Gatewatch ถูกโบลาสซ้อนแผนด้วยพันธะสัญญาปีศาจให้รับใช้เจ้ามังกรไม่งั้นจะต้องตาย จำเป็นต้องทรยศเพื่อนพ้องอยู่คนละฝั่งในศึกนี้


                โบลาสมาถึงราฟนิก้าแล้วและเริ่มแผนการตอนรุ่งสาง มันใช้เวทย์สร้างปีรามิดขึ้นมากลางเมือง ตามด้วยอนุเสาวรีย์ที่มีรูปปั้นของมันขึ้นอีกจุด เทซเซอเรทเพลนส์วอล์คออกไปจากราฟนิก้าเพื่อทำตามแผน ในขณะที่ลิเลียน่าเดินลงปีรามิดเพื่อเตรียมการในฐานะข้ารับใช้ของนิโคล โบลาส


ทุกๆ คนมารวมตัวกันที่ Chamber of the Guildpact ลาวิเนียอัพเดตสถานะกิลด์ต่างๆ ให้กลุ่ม Gatewatch ฟัง


Golgari Swarm – วราสก้าหนีออกไปจากภพราฟนิก้าแล้ว รองหัวหน้าแบ่งฝ่ายแย่งชิงอำนาจกันเอง


Simic Combine – หลังจากงานประชุมกิลด์ที่ล้มเหลวไป หนีกลับถิ่นใต้น้ำแล้วสร้างปราการป้องกัน ไม่เจรจาใดๆ ต่อ


Selesnya Conclave – โบลาสแฝงสายลับเข้าไป แต่ราลช่วยเอมมาร่าหาตัวคนร้ายได้แล้ว แต่ก็ปฏิเสธที่จะร่วมมือต่อและเสริมป้อมปราการตนเองแน่นหนาป้องกันคนนอก ดรายแอดทรอสตานี่เงียบจำศีลไป เอมมาร่าไม่กล้าปฏิบัติการใดๆ โดยที่หัวกิลไม่รับรู้


Gruul Clans – ยักษ์ตาเดียวบอโบเข้าร่วมประชุมกิลด์แม้ว่าชนเผ่ากรูลอื่นๆ คัดค้าน พอการประชุมคว้าน้ำเหลวก็เสียหน้าและโดนบังคับให้สละตำแหน่ง คนใหม่ขึ้นมาแทนชื่อ ดอมรี่


Cult of Rakdos – เฮคาร่าตัวแทนกิลด์ถูกสังหารระหว่างต่อสู้กับวราสก้า แรคดอสไม่พอใจมากและตัดความสัมพันธ์ทั้งหมดกับกิลด์ที่เหลือ


Azorius Senate – อิซปีเรียถูกวราสก้าลอบสังหาร โดวินขึ้นตำแหน่งแทน ทุกคนรู้ตัวช้าเกินไปว่าเป็นแผนและตัวเขาคือหนึ่งในสมุนของโบลาส


Orzhov Syndicate – โบลาสจ้าคาย่าให้มาลอบสังหารสภาผี แต่สิทธิ์ของกิลด์มาสเตอร์ส่งต่อมาที่คาย่าแทน ตอนนี้ต้องรับหน้าที่ไปก่อน คาย่าปฏิเสธที่จะร่วมมือกับโบลาสต่อเมื่อรู้ความจริงทั้งหมด


House Dimir – โบลาสแฝงตัวเข้ามาเชื่นกันแต่ลาซาฟจัดการกวาดล้างไปหมดแล้ว ตอนนี้ถือว่าอยู่ฝั่งเดียวกันเพื่อรับมือศัตรูที่ร้ายกาจกว่า


Izzet League – นิฟมิซเซทสู้กับโบลาสแต่ไม่แข็งแกร่งพอที่จะเอาชนะได้ ไม่มีพลังของ guildpact และเสียชีวิต ราลเป็นหัวหน้ากิลด์คนปัจจุบัน


Boros Legion – ออเรเลียและเหล่าทหารยืนหยัดเคียงข้างชาวราฟนิก้า ต่อสู้กับผู้รุกราน


แก๊งค์ pw รู้ตัวแล้วว่าเพลนส์วอล์คออกไม่ได้ เจซอธิบายให้ทุกคนฟังว่านี่คือผลของ Immortal Sun ที่ตอนนี้ถูกเปิดใช้งานแล้วและกำลังลอยอยู่เหนือ New Prahv ฐานของอาโซเรียส กับดักของโบลาสคือล่อให้ planeswalker มาที่ราฟนิก้าและขังเอาไว้ที่นี่

                ทั้งหมดตัดสินใจแบ่งกำลังออกเป็นสองกลุ่ม ทีมบุกมีเจซ กิเดี้ยน เทเฟรี่ ลาวิเนีย โดยแผนคือเจซสื่อสารกับทุกคนผ่านโทรจิตและใช้เวทมายากำบังทุกคน เมื่อเข้าใกล้พอ เทเฟรี่จะเปิดฉากบังคับเวลาสร้างโอกาสให้เจซใช้อำนาจของผู้คุมกฎ Living Guildpact ตรึงโบลาสเอาไว้ ตามด้วยกิเดี้ยนใช้ดาบแบลคเบลดสังหารมัน ลาวิเนียคอยอยู่ด้วยคอยระวังทีมเพราะเป็นนักรบสุดเก่งและเป็นชาวราฟนิก้าด้วย แต่ทว่า หลังจากแยกย้ายกันแว่บเดียวเท่านั้น…


Chapter 8 – 14 แผนโบลาสเริ่มดำเนินการ

เทซเซอเรทใช้พลังเปิดวาร์ป Planar bridge เข้ามากลางที่ทำงาน Hall of the Guildpact ของเจซ ป่นอาคารและทุกสิ่งกระจุยไป พวกเกทวอชที่เหลือรอดมาได้แต่ก็สะบักสะบอมกันพอตัว พวกซอมบี้เริ่มทยอยออกมาจากประตู


เจซสูญเสียพลังของผู้คุมกฏ เพราะ Embassy of the Guildpact จุดศูนย์รวม leyline ทำหน้าที่รักษาสมดุลของทั้งสิบกิลด์และมอบอำนาจให้เขาในฐานะ Living Guildpact พึ่งทลายลงหลังจาก planar bridge เปิด เจซไม่สามารถใช้ประกาศิตใดๆ ในการจัดการศัตรูของราฟนิก้าได้อีกต่อไป


กองทัพ Eternal ควบคุมโดย Liliana เริ่มทำร้ายผู้คน กิเดี้ยนไม่อยากเชื่อสายตาว่าที่เขาเห็นจะเป็นเรื่องจริง ถ้าหากเป็นแบบนี้เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องกำจัดลิเลียน่าสถานเดียวแม้ว่าจะเจ็บปวดใจแค่ไหนก็ตาม…


(มุมมองของลิเลียน่า)

แต่…

                แต่ถ้าหล่อนเดินตามหมากของมันไปก่อน มันจะต้องมีโอกาสโอกาส–ที่จะสามารถพลิกเกมกลับ ฆ่าโบลาสทิ้งแล้วปลดปล่อยตนเองเป็นอิสระจากมันตลอดกาล!

                นางอยากจะเชื่อแบบนั้นสุดหัวใจ อยากจะเชื่อมั่นในตัวเองขนาดนั้นจริงๆ ก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วโมง หล่อนยังเชื่อเช่นนั้นอยู่

                แม้กระทั่งตอนนี้ที่หล่อนพยายามจะหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองเพื่อทำเรื่องเลวร้ายนี้ ลึกในก้นบึ้งของหัวใจนางรู้ว่ามันก็ได้แค่นั้นแหละ แค่คิดเข้าข้างตัวเอง

                ด้วยคำสั่งของเธอ–ซึ่งถูกบังคับตามแผนของเจ้ามังกรโบราณ–ซอมบี้ทหารอีเทอร์นอล (Eternals) เริ่มจู่โจมชาวเมือง ดาบถูกชักออกจากฝัก ขวานชูขึ้นเหนือหัว พวกมันกรีฑาทัพเข้ามาท่ามกลางไอหมอกของยามเช้าพร้อมความโหดเหี้ยมเต็มพิกัด


                ลิเลียน่าเคยคิดถึงความจำเป็นสำหรับแผนการ จนต้องไปถามไอ้มังกรว่าทำไมต้องมาสังหาร “ข้าทาสในอนาคต” อย่างไม่จำเป็นแบบนี้

                แต่โบลาสย้ำชัดว่าการฆาตรกรรมหมู่แบบนี้แหละที่จำเป็นอย่างยิ่งยวด: พรรคพวกเกทวอชไร้น้ำยาของเจ้าจะถูกล่อให้ออกมาในที่เปิดเพื่อหยุดยั้งการฆ่าฟัน ฉะนั้นต้องมีการฆ่าฟันเกิดขึ้นเสียก่อน ฆ่าฟันกันให้ทั่วเมืองไปเลย ไอ้พวกเพลนส์วอล์คเกอร์ต้องหลงเชื่อว่าพวกมันกำลังร่วมมือกันต้านทานการบุกรุก–จะได้คาดไม่ถึงว่าข้าเตรียมแผนอะไรไว้ต่ออีก

                “ข้าจะไม่ทำตามเจ้า” หล่อนเคยพูดเอาไว้

                ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็จะต้องตายอย่างทรมาน มันตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

                เสียงตะโกนดังสะท้อนก้องไปทั่วลานกว้าง มันเป็นการสังหารหมู่โดยแท้ คนบริสุทธิ์ล้มตายอย่างสยดสยองทั้งข้างหน้าทั้งข้างหลังของนาง หล่อนเลือกที่จะรักษาชีวิตตัวเองมากกว่าที่จะเลือกรักษาชีวิตผู้อื่น เลือกกูฏๆ เดียวที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด เจซพูดเรื่องของเธอเอาไว้ไม่มีผิดจริงๆ

                ใครจะตายก็ช่าง…ตราบเท่าที่ลิเลียน่า เวส ยังมีชีวิตรอดอยู่ได้…      


Chapter 15 – 27

การต่อสู้เริ่มต้นแล้ว เพลนส์วอล์คเกอร์จากโลกอื่นๆ ทยอยเข้ามาติดกับ มีทั้งคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรและแน่นอนว่ามีหลายคนที่มีความแค้นส่วนตัวกับเจ้ามังกรโบราณ ทุกคนร่วมมือกันสู้และแบ่งกำลังปกป้องพวกชาวเมือง


(มุมมองของราล)


                ชื่อ กิเดี้ยน รึอะไรสักอย่างนี่แหล่ะ

                แม้ว่าราลกับกิเดี้ยนยังไม่เคยพบกันซึ่งหน้าแต่ราลก็เคยเห็นเขาแล้วจากระยะไกลๆ รูปร่างองอาจบึกบึนนั่นมันยากที่จะลืมจริงๆ

                ในขณะที่เจซทั้งสี่ร่างกำลังต่อสู้ฟันฝ่าฝูงศัตรู ราลเค้นคลื่นสมองเพื่อพยายามสื่อถึงเบเลอเรน ราลไม่มีความสามารถอ่านใจหรือเข้าไปในความคิดคนอื่นได้หรอกแต่เขามั่นใจว่าเจ้าผู้คุมกฏตัวแสบต้องทำเป็นนิสัยอยู่แล้ว และมันก็ได้ผลเสียด้วย จอมเวทพลังจิตสัมผัสได้ถึงสัญญาณแล้วมองหาเขา

                ราล นายอยู่ที่ไหน?

                ตรงนี้แหละ แต่ว่าเจซ!! ระวัง!!

                ปีศาจตนหนึ่งกระโจนเข้าหาเจซ แต่แน่นอนว่ามันไม่ใช่เจซซะหรอก หนึ่งในร่างมายาของเขาต่างหาก ทหารซอมบี้ทะลุผ่านเบเลอเรนตัวปลอมแล้วล้มหน้าคะมำลงกับพื้น ราลมองไม่เห็นเจซตัวจริง ซึ่งคงจะใช้เวทกำบังกายล่องหนอยู่แถวๆ นี้ แต่เขาเห็นผีดิบที่ล้มลงไประเบิดออกเป็นชิ้นๆ ด้วยพลังจิต


                ความคิดขบขันแกมเสียดสีของเจซส่งผ่านเข้ามาในหัวราล: โถ ราล ไม่ยักรู้ว่าเจ้าเป็นห่วงข้าซะขนาดนี้ เรียกชื่อจริงกันเลยนะ

                รีบๆ มาให้ไวเลยเบเลอเรน พวกเราต้อง

            เทียบการบ้านกัน

            ข้าจะบอกว่า วางแผน ต่างหาก

            โอเค เรื่องนั้นด้วย


(มุมมองของวราสก้า)

                หลังจากเกิดเรื่องที่ประชุมใหญ่ Guild Summit วราสก้าซึ่งลอบสังหารอิซปีเรียไปแล้วได้หนีออกจากราฟนิก้าไปชั่วคราวและมากบดานที่ Ixalan กับแก๊งค์สมุนโจรสลัดแห่งเรือ Beligerent


             เหลือวราสก้าอยู่เพียงคนเดียวที่โต๊ะ คนเดียวจากทั้งโรงเตี๊ยมนี้เว้นเสียแต่บาร์เทนเดอร์อีกหนึ่งชีวิตที่กำลังขะมักเขม้นเช็ดโต๊ะโทรมๆ ด้วยผ้าขี้ริ้วสกปรกๆ อยู่อีกฝั่ง

                ลงท้าย หล่อนก็ทำอย่างดีที่สุดแล้วสำหรับกิลด์โกลการี่ ทำเต็มที่เพื่อจะปลดปล่อยให้ผู้คนของนางเป็นอิสระจากการครอบงำของโบลาส

                แล้วทำไมชั้นยังต้องรับใช้โบลาสอยู่อีก? ทำไมชั้นต้องสู้กับ ซาเรค ด้วย?

                เป็นคำถามที่ตัวนางเองก็หาคำตอบดีๆ มารองรับเหตุผลได้ ราลไม่เคยทำร้ายหล่อนเลย ตัวเธอเองนั่นแหละที่เตรียมพร้อมฆ่าเขาเอาไว้เต็มที่ หรือจะอ้างว่าทำไปเพราะป้องกันตัว? สุดท้ายมันก็คงเพราะว่าเขาเป็นหลักฐานมีชีวิตคนเดียวที่จะคอยย้ำเตือนหล่อนถึงการทรยศพวกพ้องในครั้งนี้ หรือจริงๆ แล้วหล่อนก็แค่อยากพิสูจน์ให้โลกรู้ว่าธาตุแท้อสุรกายอย่างหล่อนมันก็เป็นแบบนี้นั่นแหละ?

                ราลโกรธซะเต็มประดาที่รู้ว่าถูกหลอก สายฟ้านัดสุดท้ายที่เขายิงมาคงฆ่าหล่อนให้ดับดิ้นแน่นอนถ้าหากว่าไม่เพลนส์วอล์คหนีออกมาเสียก่อน หนีออกจากราฟนิก้า บอกลากันซะที

                เพราะว่าแม้แต่ในโลกของตัวเองก็ไม่มีที่ให้ข้ากลับไปอีกแล้ว…

                นางรู้ดีว่าไมมีวันกลับไปในฐานะหัวหน้ากิลด์โกลการี่ได้ เวลานี้ที่หล่อนไร้ซึ่งกองทัพเอิร์สไวล์ (Erstwhile) และเผ่าแมลงครอล์ (Krual) คอยหนุนหลัง ไม่มีทางที่วราสก้าจะมีสิทธิ์มีเสียงเหนือผู้นำคนอื่นๆ แถมนางยังหวังพึ่งอดีตพันธมิตรไม่ได้ด้วย หลังจากที่หักหลัง ราล คาย่า (Kaya) และเฮคาร่า (Hekara) ไปเข้ากับโบลาสแบบนั้น

            เฮคาร่า…

                เฮคาร่า–มิตรแท้คนสุดท้ายของนาง–สิ้นชีพลงระหว่างภารกิจที่จะช่วยราฟนิก้าจากเงื้อมมือของโบลาส ไอ้มังกรชั่วโบลาสและวราสก้าสมุนกอร์กอนของมัน

                ทั้งเซดดิค (Xeddick) ทั้งเฮคาร่า การผูกมิตรกับกอร์กอนนี่มันอันตรายน่าดูเลยสินะ?

                แล้วต่อให้เครื่องส่งสัญญาณเรียกเจซกลับมาเข้าจริงๆ ล่ะ? หล่อนจะไปสู้หน้าเขาได้อย่างไรหลังจากเรื่องราวสารพัดอย่างที่ได้ทำมา?  

                ใช่แล้วล่ะ ไม่มีที่ไหนในราฟนิก้าเหลือให้อสุรกายอย่างวราสก้ากลับไปอีกแล้ว…


เพลนส์วอล์คเกอร์จากทั่วจักรวาลเริ่มมารวมตัวกันในราฟนิก้าและรู้ตัวว่าไม่สามารถวาร์ปกลับออกไปได้ ราลมีแว่นตาที่ทำขึ้นพิเศษสำหรับมองว่าใครเป็นเพลนส์วอล์คเกอร์ แต่ก็ยืดได้ไม่นานเพราะพอคาร์นเห็นและขอยืมแว่นตามาดู หุ่นโกเลมก็สามารถก้อปปี้พลังของแว่นและมอบให้พรรคพวกทุกคนได้เห็นเหมือนกันชัดเจนว่าใครเป็นเพลนส์วอล์เกอร์บ้าง กิเดี้ยนเสนอว่าต้องรวบรวมคนให้ได้มากที่สุด ตอนนี้ไม่มีเวลามาคิดว่าใครดีหรือเลวแล้วเพราะทุกคนติดกับดักของโบลาสกันหมด

                แนวหน้าของสนามรบนำโดยยาน พาร์ฮีเลี่ยน II ปราการลอยฟ้าแห่งกิลด์โบรอสภายใต้การบัญชาการรบของนางฟ้าออเรเลีย กิเดี้ยนขี่ม้าบินเปกาซัสที่ทหารเจ้าของเดิมถูกฆ่าโดยเหล่าซอมบี้และบินขึ้นไปสมทบ


                ออเรเลียบินโฉบลงมาขนาบข้างพลางพยักหน้าไปทางม้าบิน “นางพอใช้ได้มั้ย?”

                “เป็นม้าที่วิเศษมาก”

                “แน่อยู่แล้ว ก็ข้าเป็นคนฝึกเองกับมือ”

                “นางมีชื่อรึเปล่า?”

                ออเรเลียยิ้มพลางบินล่วงหน้าเข้าประจัญบานแล้วตะโกนกลับมาให้เขาได้ยิน “นางคือคำปฏิญาณของกิเดี้ยน (Gideon’s Promise) ไงล่ะ”

                กิเดี้ยนยิ้มกว้างแล้วจึงกระซิบ “บินไปเลย พรอมมิส ไป!!” พูดจบ เจ้าเปกาซัสก็ทะยานเข้าหาทัพศัตรูที่กำลังแตกกระเจิง

                ไม่แน่ว่าเราอาจยังพอมีหวังก็ได้…


                นิสสามาที่ราฟนิก้าเช่นกัน แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีเรื่องให้บาดหมางใจแต่ชะตากรรมของมหาจักรวาลนั้นสำคัญกว่า เอลฟ์สาวดึงพลังวิญญาณธาตุจากผืนพิภพ ปลุกให้วิตูกาซี่ (Vitu Ghazi) ตัวแทนธรรมชาติฐานของกิลด์เซเลสเนียให้มามีชีวิตแล้วต่อสู้กับผู้รุกราน ตามด้วยมุ่งหน้าไปถล่มอนุสาวรีย์โบลาสพังพินาศ


                ทุกอย่างดูจะเป็นไปด้วยดี กองทัพชาวราฟนิก้ากลับมามีกำลังใจต่อสู้อีกครั้ง แต่ก็เพียงชั่วประเดี๋ยวเดียว เพราะสิ่งที่ก้าวผ่านประตูพิภพ Planar Bridge มารุกรานราฟนิก้าลำดับต่อไปคือ God ทั้ง 4 แห่งอามอนเคตในสภาพถูกปลุกคืนชีพเป็นซอมบี้เรียบร้อยแล้ว แม้แต่อาวุธจากป้อม Parhelion ก็ไม่ระคายเคืองเทพผีดิบ และวิญญาณธาตุขนาดยักษ์ของวิตูกาซี่ที่นิสสาให้ชีวิตขึ้นมาก็ถูกรุมทึ้งเละเทะไป


                ดอมรี่ เรด ที่เห็นกระแสสงครามผันผวนเกิดเปลี่ยนใจ เขาเชื่อในการทำลายอารยธรรมของราฟนิก้าให้ราบเป็นหน้ากลองอยู่แล้ว พอได้มาเห็นความแข็งแกร่งของนิโคล โบลาสและรู้ว่ามันมาเพื่อสร้างความวุ่นวายในราฟนิก้า จึงต้องการที่จะเข้าร่วมด้วย


                (มุมมองของ แด็ค เฟย์เดน)

                “เฮ้ย! เจ้ามังกร! ข้าคือ ดอมรี่ เรด แชมเปี้ยนและหัวหน้าเผ่ากรูลทั้งหมด!! เจ้ากับข้าต้องมาซี้กันหน่อยแล้วเพื่อนยาก! ให้ข้าได้รับใช้ ลุยทำลายทุกอย่างดีไหมล่ะ?! พวกเรามาร่วมมือกันถล่มราฟนิก้าให้เละเลยดีกว่า!!”

                แด็ครู้สึกเลยว่าหัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกจากอก

                ไอ้เด็กดอมรี่ไปสวามิภักดิ์กับสัตว์ประหลาดที่กำลังเอาความหายนะมาสู่ราฟนิก้าเนี่ยนะ?!

                แด็คโกรธเสียจนอยากจะไปจัดการกับเรดเองเสียด้วยซ้ำ แน่ละว่าหัวขโมยคนนี้ไม่มีปัญญาไปเผชิญหน้ากับมังกรนั่นหรอก แต่ถ้าแค่อัดไอ้คนทรยศต่อราฟนิก้านี่ได้ละก็คงสะใจไม่น้อย

                แต่ก่อนที่เขาจะคิดวางแผนว่าจะไปทำเรื่องบ้าๆ แบบนี้ที่ลานกว้างนั่นดีไหม เขาสังเกตเห็นอะไรบางอย่างจากทางหางตา ดวงไฟเวทมนต์หรืออะไรสักอย่างกำลังลอยขึ้นไปจากบัลลังค์เจ้ามังกร


                สัญญาณรึเปล่านั่น? หรือว่าคาถา?

                ก่อนที่ทุกอย่างจะดำเนินต่อ แด็คสัมผัสได้ทันทีถึงความน่าสะพรึงกลัวชวนขนหัวลุก บรรยากาศที่ทำให้อึดอัดและสะกดให้เขานิ่งแข็งอยู่กับที่ ความรู้สึกนี้มันแย่กว่าไอ้แสงวูบวาบตอนที่ดึงเขาจากอินนิสตราดจนมาที่ราฟนิก้านี่เสียอีก สิ่งนี้มันต้องเป็นอะไรที่เก่าแก่ เวทย์มนต์จากสมัยโบราณกาล พลังที่เขาไม่เคยพบเจอมาก่อน

                เขามองต่อเมื่อเหล่านักรบซอมบี้เคลือบลาโซเทป (lazotep) แห่เข้าล้อมดอมรี่และสมุนกรูลที่เหลือ นักสู้เผ่ากรูลขึ้นชื่อเรื่องความดุดดัน เหี้ยมโหด ใครๆ ก็รู้ดี แต่พวกมันกลับถูกสังหารราวผักปลา แด็คเริ่งจะงงกับตัวเองแล้วว่าเมื่อตะกี้เขาจัดการผีดิบพวกนี้ไปได้ยังไงถึงสี่ตัว

                พวกมันออมมืองั้นรึ? หรือว่าความคล่องแคล่วนี่เป็นผลมาจากคาถาโบราณที่พึ่งถูกร่ายไป?

                ทหารซากตนหนึ่งรูปร่างสูงใหญ่พร้อมหมวกเหล็กน่าเกรงขามคว้าตัวเรดไว้โดยใช้นิ้วมือจิกเข้าไปกลางทรวงอก เสียงร้องตะโกนของหัวหน้ากิลด์กรูลดังก้องโหยหวน แต่นี่ยังไม่นับว่าเป็นภาพที่โหดร้ายที่สุด วินาทีต่อมา แด็คเห็นเจ้าผีหมวกเหล็กนั่นล้วงเข้าไปไม่ใช่แค่ในตัวของดอมรี่ แต่ลึกลงไปถึงวิญญาณและสูบเอาแก่นกลางดวงไฟส่องประกายจ้า ศูนย์รวมพลังมานาที่เรดพอจะรู้แทบทันทีว่ามันคือสปาร์คของเรด (Planeswalker Spark) ส่วนที่ทำให้เขามีพลังแห่งเพลนส์วอล์คเกอร์นั่นเอง ดอมรี่ส่งเสียงครวญครางอ้อนวอนขอความเมตตา เสียงกระซิบแผ่วเบานั้นดังก้องในโสตประสาทของจอมโจร


                ไม่มีความปรานีใดๆ ทั้งนั้น ร่างของดอมรี่ถูกดูดออกไปอย่างรวดเร็ว ดวงไฟสปาร์ค วิญญาณ ชีวิต กระทั่งน้ำในกายหรือหยาดเหงื่อยังโดนสูบออกไปจนเกลี้ยง สปาร์คแห่งเพลนส์วอล์คเกอร์หายไปแล้ว สิ่งที่หลงเหลืออยู่มีเพียซากแห้งกรอบซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นของจอมป่วนดอมรี่ เรด ทหารหมวกเหล็กปล่อยมือจากร่างนั้นแล้วมันก็หล่นตุ้บลงพื้นอย่างน่าสะอิดสะเอียน


                แผนการของนิโคล โบลาสสำหรับขังเหล่าเพลนส์วอล์คเกอร์แล้วสูบเอาสปาร์คออกกำลังเริ่มขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ!! ติดตาม ACT 2-3 ต่อไปเร็วๆ นี้ได้ที่ RTFC!


เรื่องราวดำเนินต่อ!! —-> ACT 2

Facebook Comments
กลับขึ้นไป